จำนวนคนอ่านล่าสุด 4273 คน

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง


นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง

นาคปรก นาดูน เนื้อหินศิลาแลง


รายละเอียด :

7910. /0049

****พระนาคปรก องค์นี้ได้ผ่านการ ส่องไฟแบล็คไลน์ แสงสีม่วง ผลคือ มีการ ตอบสนอง หรือแสงสะท้อนกลับ ของเนื้อใน เป็นสีม่วง สวยงาม

****พระนาคปรก กรุนาดูน เนื้อเป็นหิน ศิลาแลง มีแรงหน่วงแม่เหล็ก พิมพ์ นาคปรกกลาง ขนาดขึ้นคอ สูง 6 ซม

****เนื้อพระจะมีรอยรูพรุนทั้งองค์ เนื้อแกร่ง ซึ่งพระทำใหม่จะทำ รูพรุน ไม่ได้)

(***เนื้อหินศิลาแลง เป็นเนื้อที่ไม่ค่อยเจอ สีแดงเหมือนศิลาแลง เนื้อพระจะมีรอยรูพรุนทั้งองค์ เนื้อแกร่ง และลัษณะ มันเงา เป็นธรรมชาติ)

****เนื้อหินศิลา

เป็นเนื้อที่บ่งบอกถึงอายุของเนื้อพระได้ดีมาก เนื้อหินศิลาจะออกสีเขียวศิลา ผิวจะมันวาว เนื้อจะแกร่งเหมือนหิน ยิ่งขัด ยิ่งวาว ยิ่งสวย และเนื้อนี้ ส่วนมากจะมีพลังในการดูดแม่เหล็กมาก แทบจะทุกองค์ ทุกพิมพ์ และถ้าเนื้ออย่างนี้ ไม่ต้องพิจารณามาก เพราะเนื้อแบบนี้ไม่สามารถทำได้

*******************************************************************************************

ขอขอบคุณ เจ้าของบทความ หลายๆท่าน เพื่อ เป็นวิทยาทาน ต่อๆไป บทความนี้ รวบรวม มาจากหลายๆท่าน

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 ธรรมมณีแห่งเสน่ห์Amulet 

19 ธันวาคม 2014 · 

คุณประโยชน์ของ แบล็กไลต์ และแร่ CALCITE แคลไซด์

@ แบล็กไลต์ (black light) เป็นหลอดที่เปล่งรังสียูวีคลื่นยาว มีสีม่วงดำ ใช้ตรวจเอกสารสำคัญ เช่น ธนบัตร, หนังสือเดินทาง, บัตรเครดิต ฯลฯ ว่าเป็นของจริงหรือปลอม หลายประเทศได้ผลิตลายน้ำที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในรังสีชนิดนี้ นอกจากนี้ แบล็กไลต์ยังสามารถใช้ล่อแมลงให้มาติดกับ เพื่อที่จะกำจัดภายหลังได้

@@@ รังสีอัลตราไวโอเลตสามารถใช้ตรวจวิเคราะห์แร่ได้ แม้ว่าจะดูเหมือนกันภายใต้แสงที่มองเห็น แต่เมื่อผ่านยูวีแล้วก็จะเห็นความแตกต่างได้ { สิ่งสำคัญ ที่ นักนิยมสะสมพระเครื่องสายวิทยาศตร์ นำคุณ ประโยชน์ นี้ นำมาตรวจแร่Calcite (หินงอกหินย้อย) ในองค์พระสมเด็จฯ ว่าอยู่ในยุคใด ประเมินกาลเวลาขององค์พระสมเด็จฯ ว่าใหม่เก่า แตกต่างกัน ปรากฎการที่เกิดขึ้นในองค์พระสมเด็จฯ ผิวองค์พระ วรรณะองค์พระ ก้อนแร่ในองค์พระ ถ้าไม่มีแสงสีม่วงปรากฎที่ผิวองค์พระแสดงว่า องค์พระนั้น พึ่งถูกสร้างขึ้น แต่ถ้า ปรากฎแสงสีม่วงที่ผิวองค์พระ แสดงว่า ปรากฎการCalcite(หินงอกหินย้อย)ที่เกิดใหม่จึงมีแสงสีม่วงที่ผิวองค์พระผงสมเด็จฯ บ่งบอกองค์พระผ่านกาลเวลามานานจึงเกิด Calcite} 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

***************************************************************************************

แสงจากองค์พระและแยกแยะคุณสมบัติของสีออกมา  ดังนี้( c7 q2 }. J$ R6 T1 O" n% P
                        สีแดง        เป็นพลังด้านคงกระพันชาตรี1 u% _+ w) [7 W5 V9 Q
                        สีส้ม        เป็นพลังแคล้วคลาด
                        สีม่วง        เป็นพุทธบารมี, y9 G$ a: V# d! w1 I6 g
                        สีเขียว         เป็นพลังจากญาณสมาธิ  อภิญญา  เมตตา
                        สีเหลือง          เป็นพลังพุทธคุณ  พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์
                        สีขาว        เป็นพลังพระโพธิ์สัตว์. t1 S0 {7 X$ t! B/ u3 v/ K) T7 O/ c
                        สีฟ้า        เป็นพลังส่งเสริมการค้าขาย

บทความ Published on Jul 15, 2016

การทดลองนี้ก็อาศัยหลักการดูแร่หินด้วยแสงไฟแบล็คไลท์ ที่แร่หินจะเปร่งแสงตอบสนองต่อแสงไฟแบล็คไลท์ที่แตกต่างกันตามชนิดแร่หินต่างๆ พระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างจากปูนเปลือกหอยและมีอายุนานกว่า100ปี จะมีการตกผลึกของเนื้อปูนเปลือกหอยที่จัดอยู่ในกลุ่มแร่แคลไซค์ จึงมีการตอบสนองเปล่งแสงสีเหลืองของผลึกที่เกิดขึ้นในเนื้อพระออกมาเมื่อส่องไฟแบล็คไลท์ ส่วนพระปลอมเนื้อเรซิ่นจะไม่มีการตอบสนองในเรื่องการเปร่งแสงออกมาดั่งภาพที่เห็นในคลิป เพราะเรซิ่น พระเนิ้อปูนไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นแร่หิน

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

*************************************************************************************************************

เนื้อพระและสีของพระนาดูน

เนื้อพระนาดูนแบ่งออกได้หลายชนิด

1. ชนิดเนื้อดินเผา ลักษณะการเผาคือ เผากลางแจ้ง จะมีลักษณะเหมือนรอยเปลวไฟในองค์พระ มีหลายสี มีทั้ง 2 สี ดำแดง 3 สี ชมพู ดำ แดง หรือดำไปเลย ลักษณะของสีต้องเป็นสีในองค์มันเงา สีมีน้ำมีนวบ ไม่แห้งกระด้างเหมือนทำใหม่

2. ชนิดเนื้อดินดิบ มีลักษณะสีเดียว สีส้มผสมสีชมพุอ่อนๆ ลักษณะเนื้อแบบนี้จะสวยมาก มันวาว มีน้ำมีนวลออกมาจากข้างในองค์พระ เนื้อจะแกร่งเหมือนการทำโดยวางไว้ผึ่งแดด แล้วแห้ง จัดลงกรุ หรือบรรจุใส่ไห ถ้าองค์ไหนหักเห็นเนื้อข้างในจะเหมือนขนมเปี๊ยะ

3. เนื้อแร่ สุดยอดของกรรมวิธีการทำ เนื้อแกร่งมาก บางองค์มีพลังดูดแม่เหล็กสูง บางองค์ไม่ดูด แล้วแต่ลักษณะของเนื้อพระ เนื้อหาของพระ เป็นเนื้อหาที่น่าศึกษามาก เพราะเราได้ตรวจเช็คค่าของดินแล้ว ผ่านการเผา 10,000 องศา ซึ่งพัฒนาการการเผา หรือการสร้างเตาเผาจะต้องทำอย่างไร หรือจะเป็นการนำเอาลาวาที่เย็นลงเล้วมาอัดใหม่ และผ่านการเวลา การตรวจเช็คจึงได้ค่าออกมาเป็นหมื่นองศา แต่สังเกตุให้ดี พระเนื้อแร่คลุมทั้งนั้น แร่ต้องผุดจากข้างใน ซึ่งบางองค์ผุดออกมาแค่นิดเดียว แต่บางองค์ผุดออกมาเต็มด้านหน้าขององค์พระ ด้านหลังยังให้เห็นผิวของเนื้อดิน ซึ่งทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติว่า การทำหรือขั้นตอนการสร้างนั้น เริ่มต้นเป็นเนื้อดินเผาธรรมดาที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติมากนัก ก็มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการสังเกตุเนื้อแร่ให้ดีแล้ว เป็นเนื้อที่วิเศษมาก มีลักษณะหลากหลายของธรรมชาติ หลากหลายสีสัน เช่น เนื้อหยก สี่ด้าน เนื้อทองชมพู เนื้อแดงทั้งองค์ เนื้อลาวาภูเขา เนื้อดำทั้งองค์ เนื้อทรายละเอียด เนื้อ 7 สี สายรุ้ง เนื้ออัมพันคลุม เนื้อทองแดง

-เนื้อหินศิลา

มีหลากหลายรูปแบบของหิน ซึ่งเป็นเนื้อที่ถือดูง่าย บ่งบอกคืออายุของเนื้อพระ เนื้อหินสิลาที่มีทั้งหินลับมีด

- หินศิลาแลง

- หินทราย ข้างนอกแกร่งเหมือนหิน แตกออกข้างในเป็นทรายละเอียด

* ข้อสังเกตุของเนื้อแร่ ต้องศึกษาให้ดีและต้องระวังให้มาก เพราะการทำเลียนแบบพระเนื้อนี้ มีการพัฒนาได้ไกล้เคียงมาก เราต้องหมั่นเห็นของจริง และของปลอม เพราะก็ยังมีให้สังเกตุเห็นอยู่หลายอย่าง เช่น

- พระแท้บางองค์ จะยังคงให้เห็นเนื้อดินที่แร่ยังไม่คลุมทั้งหมด

- ประกายทองในสายแร่ ต้องมี

- พิมพ์พระจะไม่เพี้ยนไป

- การผุดของแร่ ต้องออกมาจากข้างใน เกิดการพองตัวแล้วแตกเป็นโพรง

- เป็นรูพรุน ต้องลึกลงไปในเนื้อ

- การไหลของแร่ ต้องเป็นธรรมชาติ

- สีสันต้องมีเสน่ห์ ไม่ใช่สีของกังไส สีจะสด ใสผิดปกติ

- พระต้องมีชีวิต แร่ต้องมีชีวิตของธรรมชาติ ถ้าสังเกตุให้ดี สายแร่จะไหลออกตลอดเหมือนมีชีวิต ต่างจากของปลอม พระจะตาย แห้งกระด้าง จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเลย

- และสังเกตุให้ดี รอยของพระใหม่ จะมีการแตกร่อน เหมือนแก้วร้าวในพระเนื้อแร่ของปลอม

- และการทำพระใหม่นั้น จะเป็นการเป่าจากด้านนอก เนื้อจะเรียบ การผุดของเนื้อจากด้านในออกด้านนอก ไม่มี

เนื้อหินศิลา

เป็นเนื้อที่บ่งบอกถึงอายุของเนื้อพระได้ดีมาก เนื้อหินศิลาจะออกสีเขียวศิลา ผิวจะมันวาว เนื้อจะแกร่งเหมือนหิน ยิ่งขัด ยิ่งวาว ยิ่งสวย และเนื้อนี้ ส่วนมากจะมีพลังในการดูดแม่เหล็กมาก แทบจะทุกองค์ ทุกพิมพ์ และถ้าเนื้อย่างนี้ ไม่ต้องพิจารณามาก เพราะเนื้ออย่างนี้ไม่สามารถทำได้

เนื้อหินศิลาแลง

เป็นเนื้อที่ไม่ค่อยเจอหัก สีแดงเหมือนศิลาแลง เนื้อพระจะมีรอยรูพรุนทั้งองค์ เนื้อแกร่ง และลัษณะการทำต้องเป็นธรรมชาติ

เนื้อสีขาว

เป็นเนื้อที่หายากมาก ซึ่งพระกรุในประเทศไทยยังไม่ค่อยเจอ แต่ในพระกรุนาดูน มีให้เราเห็นถึงความวิเศษ และเนื้อจะคล้ายดินที่เหลือในกรุ เป็นก้อนเล็กๆ สีขาวสวย ทำให้เราเห็นถึงความบริสุทธิ์ของเนื้อพระ

เนื้อดำ

บ่งบอกถึงความพิเศษของเนื้อดำ เนื้อจะแกร่ง ดำ มันวาว ต้องดำออกจากข้างใน เนื้อต้องแน่น โมเลกุลควบแน่นของพระเนื้อดำนี้มาก จะไม่กลืนน้ำ และเป็นเนื้อหนึ่งที่มีการผสมของทำคำมาก บางองค์ดูดแม่เหล็กมาก บางองค์ไม่ดูดเลย และมีเรื่องเล่าของชาวบ้านในนาดูนว่า เวลาที่มีสัตว์ที่มีพิษกัดหรือต่อย ให้นำพระเนื้อสีดำมาฝนกับน้ำแล้วทา จะหายเป็นปลิดทิ้งเลย เหมือนกับคนโบราณบอกว่า “เล่นแร่ แปลธาตุ เหล็กไหล ไพร่ดำ” ที่สังเกตุพระเนื้อดำ จะไม่ค่อยทำลายตัว ที่เกิดจาก อ๊อกไซด์

เนื้อทราย

เป็นเนื้ออีกเนื้อหนึ่งที่มีความพิเศษในตัว เพราะพระจะไม่มีตัวประสาน จะมีแร่ธาตุต่างๆ พลอย ทองคำ และโลหะต่างๆ ตะกั่ว ทองแดง ดีบุก ผสมกัน เนื้อก็แกร่ง แต่โดนน้ำ โดนเหงื่อจะละลายไหลมากองกันเป็นเหมือนทราย แต่จากการสแกนในองค์พระแล้ว เป็นที่น่าตกใจเหมือนกัน พระมีความหลากหลายในสายแร่เหมือนกัน

เนื้อสีชมพู

ลักษณะพระเนื้อสีชมพู เป็นเนื้อที่เหมือนคำว่า เสน่ห์เนื้อดินจริงๆ เพราะเป็นสีที่สวย ผิวชมพูบริสุทธิ์ เหมือนผิวเด็กที่เกิดใหม่ จะมีลักษณะสีส้มผสมชมพูอ่อนๆ ดูแล้วนวลตามาก เนื้อจะแกร่งเหมือนกิน ผิวจะตึง มีความมันวาว มีความชื้นในตัว จะไม่แห้งกระด้าง ดูแล้วจะชุ่มตา โทนสีอ่อนๆ เป็นพระที่ไม่โดนเผา ตากแดดแล้วใส่ไห ฝังดินเลย แต่ก็จะมีสีผึ้ง รักษาผิวพระไว้อีกชั้นหนึ่ง พระเนื้อนี้จะเห็นมวลสารน้อย ผิวพระละเอียดเหมือนดินกรอง

เนื้อสีขาว (ขาวนมข้น นมสาว)

ลัษณะของเนื้อสี เป็นขาวนมข้น เนื้อละเอียด เนื้อแน่น ส่วนผสมไม่เห็นชัด ผิวเนียน

เนื้อหินสัมริด

โดย ปกฉัตร...

โทร: 0953395801

ราคา: 0 บาท

หมวดพระ: พระยอดนิยมทั่วไป-พระกรุ

0 ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบ ไม่สามารถโพสบทความหรือแสดงความคิดเห็นได้ เข้าสู่ระบบ